วันนี้เป็นอีกหนึ่งวัน ที่เราจะไปเก็บตกการเที่ยวจากที่ตกหล่นไป ตื่นค่อนข้างสายและตื่นตาตื่นใจกับอาหารเช้าที่มีไข่ต้มกับแม๊กกี้ เท่านี้ชีวิตก็สุขแล้ว

 

วันนี้ไกด์สาวจัดชุดประจำชาติ โกะ และคิระ ให้พวกเราใส่เพื่อไปถ่ายรูปตามสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้บรรยากาศเสมือนคนท้องถิ่น ให้ดูว่าหน้าตาใครเข้าพวกบ้าง การใส่ชุดนึกว่าจะง่ายๆ ต้องให้ไกด์กับพี่คนขับมาช่วยจับจีบวุ่นวาย สำหรับผู้ชายต้องเตรียมใส่ถุงเท้ายาวกันมาเอง แต่ถ้าให้ดีควรใส่ลองจอห์นโดยเฉพาะวันลมพัด สำหรับผู้หญิงคล้ายๆผ้าถุงบ้านเราแต่ต้องรัดแน่นมากเพื่อไม่ให้ผ้าหลุดกลางทาง

 

แต่งตัวกันเสร็จก็มาถ่ายรูปหน้าโรงแรมแล้วตรงดิ่งไป Buddha Point แต่ฝนดันตกพรำๆทำให้การถ่ายภาพเป็นไปอย่างทุกลักทุเล ต้องรีบถอยร่นกลับมาที่โรงแรมที่ใจดี๊ดีเก็บห้องให้เราหนึ่งห้องสำหรับเปลี่ยนชุดกลับคืน

เป็นอันว่าเสร็จพิธีเฉียดใกล้ความเป็นชาวภูฏานสำเร็จ ได้เวลากลับไปที่พาโรเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับศึกหนักสำหรับการขึ้นทักซังในวันรุ่งขึ้น  เราไปแวะร้านอาหารไทยสไตล์ภูฏานอีกครั้งแต่พอถึงจุดนี้ อาหารที่รับประทานแทบไม่มีความแตกต่างมากแล้ว 

เพื่อเป็นการซ้อม เราได้ไปแวะที่ Drukgyel Dzong ที่พาโรซึ่งเป็นป้อมปรการจำนวนไม่มากที่ถูกบุกรุกจากทิเบต ป้อมนี้พังลงไปมาก แต่ในสมัยโบราณถือเป็นที่ๆชาวภูฏานภูมิใจที่มีชัยชนะในการยื้ออยู่ที่ป้อมและสร้างพรางกำลังจนชาวทิเบตถอยร่นไปเอง  ป้อมปราการแม้เหลือเพียงซากปรักหักพังแต่ยังคงเหลือร่องรอยความงามและความฉลาดในการสร้างทางลับ ทางออกที่ทำให้สามารถออกจากป้อมโดยไม่ให้ใครเห็น การเดินรอบป้อม ขึ้นลงเขาทำเอาพวกเราเหงื่อแตกพลั่กพร้อมทั้งหอบแฮ่ก ดูจากลักษณะไกด์เสนอให้เราขึ้นม้าขึ้นทักซังเพื่อประหยัดแรงไปได้นิดหน่อย เรารู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยแต่ตอบตกลงทันที

 

หลังจากที่ซ้อมเดินกันเหน็ดเหนื่อย เราก็กลับไปที่โรงแรม Haven โรงแรมนี้เป็นโรงแรมของคนไทยตั้งอยู่บนเขาที่มีวิวจากห้องเป็นภูเขาใหญ่ สวยงามมากๆ นอกจากนี้ืทางโรงแรมยังจัดให้มีการแสดงชุดย่อยจำลองกิจกรรมเทศกาลต่างๆของภูฏานเคล้าเครื่องดื่มและอาหารว่างให้กับแขกที่ไปพักด้วย

หลังจากนั้นโรงแรมให้เราไปพักผ่อนแล้วเตรียมชุดสุกี้ไว้เป็นอาหารเย็น สุดแสน Happy เหมือนกลับประเทศไทยไปแล้ว

 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet