จากการฝึกเดิน วิ่ง ห้ากิโล ของเลขหนึ่ง ในขณะที่เลขศูนย์ยังคงหอบแฮ่ก ตั้งแต่กิโลแรก เลขหนึ่งลาเลขศูนย์ไปกับกลุ่มเพื่อนวัยเยาว์ลัดฟ้าไปภูฏาน ดินแดนแห่งความสุข ที่ดัชนีความสุขเป็นรากฐานการใช้ชีวิต
 
 
เนื่องจากการเดินทางไปยังประเทศนี้ต้องได้รับ วีซ่า และต้องมีผู้มีใบอนุญาตนำเข้า เลขหนึ่งจึงติดต่อเพื่อนสายทัวร์ไถ่ถามสนนราคา ตอนแรกเลขหนึ่งกับเพื่อนๆตั้งใจจะไปจอร์แดนแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงจากชาลี แอบบอต จึงต้องเบนเข็มไปที่ผจญภัยใกล้เคียง พอถามราคา ลมแทบจับ ราคาแพงแซงยุโรปแต่ต้องไปเยือนสักครั้งก่อนที่ประเทศจะไม่เหมือนเดิม 
 
เดินทางในช่วงสงกรานต์ ไปทั้งสิ้น 7 วัน แต่ต้องนับแค่หกวันเท่านั้นเนื่องจากวันกลับนับเป็นศูนย์ 
 
ราคาที่แพงส่วนนึงมาจากค่าอยู่พื้นดินที่ประเทศนี้พยายามทำราคาให้แพงเพื่อคัดสรรและจำกัดนักท่องเที่ยวนั่นเอง
 
ใครที่เป็นแฟนศูนย์ หนึ่ง อาจต้องผิดหวังกับความอลังการของอาหาร เพราะที่นี่เขาอยู่อย่างพอเพียงจร้า
 
คณะเดินทางมีทั้งสิ้น แปดคน เป็นเด็กที่ไซส์หนักมากสองคน
 
เราขอให้เพื่อนสายทัวร์จัดให้เป็นทริปแบบส่วนตัว เลือกโรงแรมที่ไม่ต้องห้าดาว แต่ขอให้สะดวกสบายนิดนึง
 
ก่อนเดินทางต้องไปฟัง Brief เพื่อพบว่า อาหารของเค้าเน้น ผัก ชีส และเส้น ข้าวจะเป็นแดงๆ พอได้ฟังน้ำลายฟูมปากด้วยความช็อค ไม่ได้ฟังเรื่องอื่นๆ รู้แต่ต้องเตรียมเสบียงไปให้พร้อม
 
เราแพ็คขนมคบเคี้ยวหนึ่งลัง น้ำพริก ปลาสลิด มาม่า หมูสววรค์ ไปอีกลังครึ่ง จนเพ่อนสายทัวร์บอกว่าราวกับไปหนึ่งเดือน แต่เค้ามิรู้ความสามารถของคณะเรา ว่าหนักไม่เอา รับประทานสู้ 
 
วันแรกของการเดินทางออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิตอนหกโมงเช้าจึงต้องไปประจำการตั้งแต่ตีสี่ ไปสายการบินมังกร ดรุ๊กแอร์ ของประเทศเค้า เช็คอินน์เข้าไปสิบชีวิตเสมือนเหมาลำ นอนกันได้คนละสองแถวแต่ก็ไม่ได้นอนเท่าไหร่เพราะสามชั่วโมงก็ถึงจุดหมาย
 
 
สนามบินน่าจะประมาณสมุย ลงไปถึงวุนวายกับการแลกเงินที่เพื่อนทัวร์บอกเอาไว้ทำบุญกะซื้อของเล็กน้อยแลกแค่คนละห้าพันบาทก็เหลือพอ แลกห้าพันได้มาประมาณแปดพันนูตรัม เรียกสั้นๆว่านู ทางสนามบินควักมือเรียกให้ออกไปได้ และตกใจกับลัง 3 ลังที่ปบรรจุมา
 
ออกไปเจอไกด์สาวกับคนขับรถหนุ่มที่มาชะเง้อรอ พร้อมกับมีผ้ามาพันต้อนรับ จากนั้นก็พาเราไปที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติพาโร 
บ้านเมืองเค้าจะไม่ให้มีคนสร้างแตกพวก จะเป็นบ้านเหลี่ยมๆประมาณสามชั้น อยู่กันครอบครัวใหญ่ และเป็นอย่างนี้ทุกที่
 
เข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ตรงไหนให้ถอดรองเท้าเป็นอันไม่ให้ถ่ายรูป อลังการกับหน้ากากหลากชนิดที่เค้าจะใช้ประกอบการเต้นรำประจำปี และที่นี่เค้าจะเรียกวัดบวกสถานที่ราชการว่าซอง ภาพวาดฝาผนังวัดเป็นเอกลักษณ์ ทิเบตผสมอินเดิยแต่ออกแนวทิเบตมากกว่า ทางเค้านอกจากพระพุทธเจ้าจะนับถือพระสูงสุดของเค้าที่ถือว่าเป็นผู้นำคำสั่งสอนมาสอนต่ออีกที และจะมีการสักการะพระหญิงที่มีหลายภาคสีอีกด้วย  พระที่นี่สามารถแตะต้องตัวผู้หญิงได้ เดินชมพิพิธภัณฑ์ตอนกำลังจะออกมีคนไทยมาทักทายบอกให้แหงนหน้าขึ้นชมพระอาทิตย์ทรงกลด ถือว่าโชคดีมากๆที่ได้เห็นความงดงามที่ไม่เคยเห็นเต็มวงขนาดนี้มาก่อน
 
จากนั้นทางไกด์ก็พาไปชมสะพานเหล็ก ที่ถือว่า ironman ที่เค้าสักการะมาสร้างไว้ 
 
แล้วก็พาไปรับประทานอาหารไทยสไตล์ภูฎานที่ร้านอาหารไทย เนื่องจากแม่ครัวไทยไม่อยู่ รสมือชาวภูฎานเลยทำให้อาหารไทยทุกจานจะออกเค็มๆ มีผักเป็นส่วนประกอบหลักสมกับที่ร่ำลือ
 
จากนั้นเราก็ถูกต้อนขึ้นรถเตรียมเดินทางไปทิมพู เมืองหลวงเพราะเราจะไปพักที่นั่นเป็นคืนแรก แท้จริงควรจะต้องแวะซองอีกทีแต่ไกด์เห็นทุกคนสลบเหมือดจึงพาตรงดิ่งไปที่โรงแรมให้เช็คอิน นัดแนะว่าไปล้างหน้าล้างตาเพื่อจะได้ออกเดินทางไปเที่ยวชมเมือง เนื่องจากถนนที่นี่เป็นถนนเลาะตามเขาและเค้าจะขับรถกันที่ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไปไหนมาไหนต้องเผื่อเวลา
 
ไกด์พาเราไปที่ Buddha point เป็นรูปหล่อพระองค์ใหญ่มากประดิษฐานบนเขา แต่จังหวะแดดบ่ายจะไม่ค่อยดีเท่าที่ควร จึงใช้เวลาไม่นานและสามารถแวะกลับมาใหม่อีก
 
 
จากนั้นก็ไปที่สวนสัตว์เพื่อไปเยี่ยมสัตว์ประจำชาติสุดหายากนาม ทาคิน ว่ากันว่าสมัยก่อนมีพระนำหัวแพะมาประกอบใส่กระดูกวัวชุบชีวิตเป็นสัตว์ชนิดใหม่ กลายเป็นทาคิน เป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธ์จึงนำมาไว้ที่นี่ แต่เห็นเค้าว่าเคยมีมาตรการปล่อยเข้าป่าไปแล้วแต่ทาคินยังป้วนเปี้ยนในเมืองจึงต้องนำมารวมกันไว้ สวนสัตว์ที่นี่จึงมีแต่ทาคินไม่มีสัตว์อื่น เพราะประเทศนี้เค้าไม่อยากกักขังสัตว์
แต่เนื่องจากประเทศนี้จะอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลค่อนข้างมากคนที่เดินขึ้นที่สูงมากๆต้องสังเกตุอัตราการหายใจให้ดีเพราะสำหรับคนที่เป็น Altitude sick อาจมีปัญหาการหายใจ
 
จากนั้นก็เข้าไปเดินเล่นในเมือง ไฟแดงที่นี่สุดมหัศจรรย์เพราะใช้ตำรวจโบกแทนการใช้ไฟจราจร
 
ความเป็นอยู่ของผู้คนดูเรียบง่ายใส่ชุดประจำชาติกันเป็นส่วนใหญ่ด้วยความภูมิใจ ดูแล้วเพลินตา 
 
จบที่การรับประทานอาหารแล้วก็กลับไปสลบเหมือดที่โรงแรม ไกด์บอกว่าพรุ่งนี้ต้องออกจากโรงแรมตั้งแต่หกโมงเพื่อหลีกเลี่ยง road block 

edit @ 6 May 2015 23:02:14 by ZERO and ONE

Comment

Comment:

Tweet