ตอนที่ 10 วันที่ 9 Nagoya-Bangkok

 

ศูนย์หนึ่งนอนยิงยาวกันจนถึงเกือบเก้าโมงเช้า ตื่นมาตกใจมากเพราะต้อง check out ตอน 10 โมง เลขหนึ่งถามเลขศูนย์ว่าเขาจะมาไล่เรายังกะหมูกะหมารึเปล่า เลขศูนย์บอกว่าเขาไม่หรอก แต่จะเก็บเงินเพิ่มค่าอยู่เกินเวลาที่น่าจะแพงราวกับหนี้นอกระบบนะสิ พวกเราเลยต้อง speed เร็วกว่าแสงในการอาบน้ำและเก็บข้าวของ และรีบแจ้นไป check out ประมาณ10 โมง 10 นาทีพร้อมทั้งขอฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อน เพื่อที่จะออกไปเดินเล่นและกินอาหารกลางวันก่อนไปสนามบิน

 

ศูนย์หนึ่งเดินไปเจอร้านขายของชำ 5 ชั้น ที่มีของที่ทุกคนต้องซื้อ ทั้งขนมขบเคี้ยว ยา ผลิตภัณฑ์เสริมความงามทั้งหลาย หยิบอย่างเมามัน พอจ่ายเงินปรากฏว่ารับแต่เงินสด เลขหนึ่งแค้นมาก ใครจะพกพาเงินสดเยอะแยะ แถมวันนี้วันสุดท้าย และศูนย์หนึ่งรับประทานเต็มที่จนเงินหมดเกลี้ยงไปแล้ว ทำให้ต้องเดินคอตกหยิบของออกแทบไม่ทัน เลขศูนย์เห็นอย่างนั้นก็แอบสงสาร เลยต้องงัดเงินที่หมกเม็ดเอาไว้กินอาหารกลางวันมื้อสุดท้ายมาให้เลขหนึ่งซื้อแต่ของที่จำเป็นจริงๆ เลขหนึ่งเลยซื้อไปประมาณ 2,300 yen

 

จากนั้นก็ออกมาหาร้านอาหาร เล็งร้าน Denny’s ที่อยู่ตรงข้ามไว้ ทั้งๆ เป็นร้านสัญชาติอเมริกัน แต่พอมาอยู่ญี่ปุ่น เมนูก็เปลี่ยนเป็นสัญชาติญี่ปุ่นเต็มตัว ไม่มีเมนูอาหารเช้า 24 ชั่วโมงแบบที่อเมริกา เลขศูนย์เลือกเมนูสเต็กเนื้อบด ข้าว และซุป ส่วนเลขหนึ่งเลือกสเต็กหมู ซุปข้าวโพด และขนมปัง ซุปอร่อยมาก อย่างอื่นเฉยๆ ของเลขศูนย์ก็ธรรมดา มื้อนี้เลยต้องจ่ายด้วยบัตรเครดิต

จำราคาไม่ได้ น่าจะประมาณ 2 พันกว่าเยน

 ยังไม่บ่ายโมง ศูนย์หนึ่งเลยอยากหา Café เก๋ๆ นั่งต่อ แต่หาไม่ได้ จึงตัดสินใจไปเอาข้าวของที่โรงแรม เตรียมตัวไปสนามบิน ตามหาป้าย Meitetsu ที่จะเป็นรถไฟไปสนามบิน ซื้อตั๋วที่เครื่องขายตั๋วคนละ 850 yen เรียบร้อย ก็เดินไปที่ track

เลขศูนย์รีบทะเล่อทะล่าขึ้นรถขบวนที่จอดอยู่ เลขหนึ่งพยายามถามว่าขบวนนี้แน่หรือ แต่ซามูไรเลขศูนย์มั่นใจ โรนินเลขหนึ่งเลยเชื่อถือ ปรากฏว่าถามคนบนรถ เขาบอก No ขบวนนี้ไม่ไปสนามบิน ตกใจแทบสิ้นสติ จะลงป้ายหน้าก็ไม่จอดซะที รถแล่นไปไกลมากแล้ว เลขศูนย์ถึงกับหน้าเสียเหงื่อตก เพราะถ้าต้องนั่งย้อนไปที่เดิม ก็ไม่รู้อีกนานแค่ไหน ถึงแม้เราจะเผื่อเวลาไว้มากก็ยังเครียด พอรถจอดที่สถานีปุ๊ป เราก็รีบกระโดดลงและแจ้นไปถามนายสถานี เขาบอกว่ารอแป๊บนึง รถไฟไปสนามบินจะเป็นขบวนถัดไป  เลขศูนย์รอดตัวเลยยืดขึ้นมาได้อีก ไม่ต้องเสียชื่อซามูไรเบอร์เกอร์แล้ว ที่สำคัญคือรอดจากการตกเครื่อง ไม่ต้องเสียเงินฟรีซื้อตั๋วใหม่ เพราะตั๋วเราเป็นตั๋วโปรโมชั่นเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

 

คิดดูแล้วก็ขำดี เพราะตอนที่ศูนย์หนึ่งมาญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อนก็มีปัญหาในการขึ้นรถไฟไปสนามบินเหมือนกัน คือระหว่างที่เรานั่งรอรถไฟออกจากสถานีเกียวโตไปสนามบินโอซากา ก็มีประกาศเป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วคนญี่ปุ่นทั้งหมดก็เดินออก จากรถ ศูนย์หนึ่งฟังไม่ออกก็ยังนั่งยิ้มอยู่ คุณลุงคุณป้าญี่ปุ่นคู่นึงคงสงสาร เลยบอกเราว่ารถไฟเสีย ต้องไปขบวนอื่น ศูนย์หนึ่งเลยหน้าตาตื่นรีบแจ้นออกจากรถ โดยไม่ลืมบอกชาวต่างชาติคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่เหมือนกัน และรีบตามคุณลุงคุณป้าไป ดังนั้น ถ้ามีประกาศอะไร ถึงฟังไม่ออก ก็ขอให้มองหน้ามองหลังให้ดี

 สำหรับการเดินทางในคราวนี้  ในที่สุดพวกเราก็ไปถึงสนามบิน จัดการเรื่องตั๋วเสร็จสรรพ หมูสยามอย่างเราก็ไป

ซ๊อปปิ้งขนมนมเนยเลื่องชื่ออย่างหนักหน่วง แถมด้วยเหล้าบ๊วยรสเยี่ยม ก่อนซื้อก็ต้องสอบถามกันจนแน่ใจเพราะเราต้องไป  transit ที่ฮ่องกง พนักงานยืนยันให้สบายใจว่าไม่มีปัญหาเพราะบรรจุขวดแบบพกพาอยู่แล้ว 

                 ในที่สุดก็กลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ สำหรับทริปนี้ของศูนย์หนึ่งยังคง concept  กินเต็มเหนี่ยวเที่ยว (ไม่ค่อย)เต็มที่เหมือนเดิม ทริป 9 วันนี้ตกประมาณคนละ 5 หมื่นปลายๆ (ไม่รวมค่าช๊อปปิ้ง) สำหรับเราเรียกได้ว่าคุ้มค่า ใช้เวลาแบบสบายๆ อิ่มใจและอิ่มท้อง นัดแนะกันคร่าวๆ แล้วว่าทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไปจะสบายๆ กว่านี้ เพราะกินเต็มที่ไม่มีเที่ยวจ้า

Comment

Comment:

Tweet

#2 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-28 12:05

พลาด หิว อยากกิน...สเต็ก... :9

#1 By winter-moonlight on 2014-05-07 21:15