ตอนที่ 7 วันที่ 6 Kanazawa-Osaka
 

                วันนี้ ศูนย์หนึ่งพร้อมเพรียงเตรียมตัวขึ้น JR Thunderbird ไป Osaka รอบ 9.03 น. ก่อนอื่นแวะไปถ่ายรูปหน้าสถานี Kanazawa อีกรอบก่อน จึงค่อยตรงไปขึ้นรถไฟ การซื้อตั๋วแบบ reserved seat ทำให้สบายใจไม่ต้องรีบไปแย่งที่กับใคร มีเวลาแวะซื้อของจุบจิบจากสถานีไปนั่งกินในรถไฟ

ประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที เราก็ไปถึงที่สถานี Shin-Osaka เลขหนึ่งแวะเข้าห้องน้ำก่อน แต่ที่ชักโครกที่กดน้ำเสีย แถมเลขหนึ่งดันไปกดปุ่มขอความช่วยเหลือดังไปทั้งบาง แต่ไม่เห็นมีคนมาช่วยเหลืออะไร ในที่สุดก็มีป้าคนหนึ่งเดินเข้ามาทำหน้าเบื่อ เลขหนึ่งจึงต้องออกมาด้วยความอาย

ออกจากสถานี มาตามหาโรงแรม คราวนี้ เลขศูนย์ถือวิสาสะจองโรงแรมใกล้สถานี ชื่อ Shin-Osaka Hotel แต่จริงๆ แล้ว เลขหนึ่งได้จองโรงแรมไว้ใกล้ๆ แหล่งช๊อปปิ้ง เป็นโรงแรมไฮโซขึ้นมาจากเดิมหน่อย เพราะเห็นว่าเป็นเมืองใหญ่ และเลขหนึ่งก็เริ่มเบื่อบรรยากาศโรงแรมจิ๋วที่อยู่มาตลอด แต่ถูกเลขศูนย์ทำลายแผน โดยให้เหตุผลว่าจะได้ไม่ต้องกระเตงกระเป๋าใบโตเข้าเมือง ทำให้เลขหนึ่งแอบเคืองเล็กน้อย แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเลขศูนย์เป็นผู้กำเงินไว้แต่เพียงผู้เดียว  ศูนย์หนึ่งออกมาทาง East Exit ตามแผนที่จิ๋วของโรงแรม แต่ดูยากมาก ออกมาเงอะงะหน้าสถานีตามเคย โรงแรมชื่อ Shin-Osaka Hotel มี 3 สาขา และแถวนั้นมีโรงแรมชื่อคล้ายๆ กัน คือ Hotel Shin-Osaka อีก ทำให้คนแถวนั้นชี้ทางไปคนละที่ เราเลยต้องเดินวนเวียนสักพักถึงจะเจอ แต่ไปถึงตอนประมาณเที่ยง และทางโรงแรมให้ check-in ได้ตอนบ่ายสอง เราเลยฝากกระเป๋าไว้ แล้วออกไปขอแผนที่ที่ Tourist Information ในสถานี Shin-Osaka พร้อมถามทางไป Universal Studio การไปก็ไม่ยาก ก่อนอื่นก็ต้องขึ้น JR local ไป Osaka Station ก่อน และเปลี่ยนไปขึ้น Osaka Loop Line ไปที่ Nishi-kujo Station เพื่อไปขึ้น JR Yumesaki Line ไปที่ Universal City Station วันนี้เป็นวัน Halloween พอดี จึงมีวัยรุ่นญี่ปุ่นแต่งตัวแบบจัดเต็มไปที่ Universal เยอะมากๆ ทำให้เรารู้สึกสนุกไปด้วย ทั้งๆ ที่เป็นช่วงบ่ายแล้ว ก็ยังมีคนมาเยอะมากๆ บรรยากาศคึกคักตลอดทางเดินเข้าที่เรียกว่า Universal City Walk เราไปถึงกันบ่ายโมง แต่แถวทางเข้ายาวมากๆ กว่าจะได้เข้าคงบ่ายสามโมง ไม่คุ้มค่าตั๋วคนละ 6 พันกว่าเยนแน่ เลยตัดสินใจเดินเล่นรอบบริเวณนั้นแทน ถ่ายรูปบรรยากาศที่สวยงาม และซื้อของที่ระลึกเล็กน้อย แล้วกลับเข้าเมือง คิดว่าอีกปีสองปีอาจมาใหม่ เพราะโซน Harry Potter จะเปิดปี 2014

 

 

ที่จริงแล้ว Universal Studio มีความหลากหลายทั้งหนังทั้งตัวละคร ทั้งอะไรต่างๆ แต่ด้วยความที่มันหลากหลายมาก เลขหนึ่งเลยรู้สึกว่ามันขาดความขลังแบบ unity ของ Disney เพราะไม่มีสัญลักษณ์ที่แน่ชัด ตอนนี้ตัวที่ชูโรงเป็น Sesami Street กับ Spider Man แต่ก็มี Kitty กับ Snoopy อีก เล่นเอางง

 

 

 

               

กลับเข้ามาในเมือง ตั้งใจไป Dotomburi เพื่อหาซูชิและสิ่งต่างๆ ใส่กระเพาะ แต่ดันทำแผนที่หายกันอีก เลยต้องนั่ง JR กลับไปที่ JR Namba แล้วรีบรี่ไปหา Tourist Information เพื่อขอแผนที่ใหม่ ทั้งๆ ที่เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่ แต่คาดว่านักท่องเที่ยวที่มา Osaka ส่วนมากช่วยเหลือตัวเองได้มั้ง เจ้าหน้าที่จึงไม่ค่อยให้รายละเอียดเส้นทางหรือแนะนำเรามากนัก

เลขศูนย์มุ่งมั่นพาเลขหนึ่งไปร้าน Sushi Sanmai ที่เป็นร้านที่เลขศูนย์คุ้นเคย รสชาติดี ราคาไม่แพง โดยมื้อนี้ เลขศูนย์รับเป็นเจ้ามือ เลขหนึ่งเลยแอบยิ้มแป้นในใจ ศูนย์หนึ่งมุ่งหน้าไปที่ Dotomburi  ร้าน Sushi Sanmai จะอยู่ข้างๆ ร้าน Guligo เข้าไปเราก็เริ่มสั่งแหลก เพราะมีโปรโมชั่นเป็น Tuna set มีทั้ง โอโทโร ชูโทโร อากามิ รวม 5 ชิ้น ราคา 1,190 yen น้ำตาจะไหล เราทยอยสั่งมาเรื่อยๆ อย่างแช่มชื่นที่สุด เลขหนึ่งแอบคิดในใจว่า Universal Studio แถวยาวไม่สู้ แต่เชื่อไหมถ้าเป็นซูชิที่อร่อย แถวยาวแค่ไหนก็สู้ขาดใจถึงไหนถึงกัน เรารับประทานกันอย่างชื่นมื่นสุดๆ

 

 

 

เมื่ออิ่มหนำสำราญแล้ว ก็ได้เวลาออกมาเดินช๊อปปิ้ง ดูบรรยากาศ วัยรุ่นมากมายหลายกลุ่มยังคงออกมาประชันการแต่งกายรับวัน Halloween  จัดเต็มกันสุดๆ ทำให้บรรยากาศคึกคัก มีสีสัน สมเป็นเมืองใหญ่ ถึงจุดนี้ เลขศูนย์เลขหนึ่งที่เคยคิดว่าตัวเองติสและอินดี้ รักธรรมชาติ ชื่นชอบท่องเที่ยวเมืองเล็กเมืองน้อยเพื่อซึมซับบรรยากาศท้องถิ่น แท้จริงแล้วยังยึดติดกับทุนนิยมและหลงแสงสีอยู่ไม่น้อย พอได้มาเที่ยวเมืองใหญ่ก็เลยจิตใจพองฟู หลังจากเริ่มแฟ็บไปนิดหน่อยจากการอยู่เมืองเล็กเมืองน้อยนานเกินไป

ออกมาเดินเพลินๆ พร้อมกับช๊อปปิ้งอย่างเมามันได้ซักพัก ศูนย์หนึ่งเริ่มอยากอาหารอีกแล้ว เดินผ่านร้านขนมชื่อดังคิวยาว Pablo กลิ่นหอมตลบ

 

 
 เลขศูนย์ตื่นตาตื่นใจถึงขั้นไม่ดูสัญญาณไฟ วิ่งทะเล่อทะล่าเข้าไปซื้อ แต่ร้านไม่มีที่นั่ง เลยต้องซื้อกลับไปโรงแรม อย่ากระนั้นเลย แวะกินโอโคโนมิยากิอีกหน่อยดีกว่า แต่ไม่รู้ร้านไหนเด็ด เลยแวะตรงย่านท่องเที่ยว ไม่ไกลจากร้าน Sushi Sanmai แต่กินแล้วรสชาติธรรมดา ไม่ปลื้มเท่าไร เกือบสามทุ่มแล้ว ได้เวลาออกจากแถวนี้แล้ว

 

เลขหนึ่งหมายมั่นปั้นมือว่าอยากจะแวะถ่ายรูปปราสาทโอซากายามค่ำคืน เพราะเคยมาในช่วงกลางวันแล้ว ศูนย์หนึ่งจึงนั่งรถไฟไปลงสถานี Morinomiya เพื่อไปที่ปราสาท อากาศเย็นและมืดมาก ศูนย์หนึ่งตอนแรกกลัวว่าจะไม่ค่อยมีคน อาจจะเปลี่ยวและน่ากลัว อีกทั้งนี่ยังเป็นคืน Halloween เลขศูนย์ที่ปกติกลัวผีอยู่แล้วถึงกับเดินตัวเกร็ง แต่ที่ไหนได้ พอเดินผ่านรั้วเข้าไป ทั้งที่ดึกดื่นขนาดนี้ ยังมีกลุ่มนักวิ่งกับกลุ่มคนที่มาเดินเล่นยามค่ำคืนอยู่มากมาย  เราจึงวางใจในระดับนึง แต่กว่าจะเดินเข้าไปถึงตัวปราสาทใช้เวลาเดินกว่า 15 นาที คนก็จะน้อยลงเรื่อยๆ ระหว่างเดินเข้าไป เจอชายญี่ปุ่นแต่งชุดโบราณเดินสวนออกมา เลขศูนย์ถึงกับรีบมองว่ามีเท้ารึเปล่า ยังดีที่มี ไม่งั้นคงวิ่งกันป่าราบ เลยเดากันว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ออกเวร เล่นเอาตกใจ

 

 

 

ในที่สุดก็เดินเข้าผ่านกำแพงเมืองเข้าไปด้านใน เพราะถ่ายจากด้านนอกจะมองไม่เห็นตัวปราสาท กว่าจะหามุมถ่